สรุปใน 30 วินาที
- พกยาของตัวเองเข้าญี่ปุ่นได้ ถ้าเป็น การใช้ส่วนตัวของผู้พกเอง ญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้ขายหรือยกให้คนอื่น และไม่อนุญาตให้พกรวมของหลายคนมาในกระเป๋าเดียว
- ปริมาณที่พกได้นับจาก ขนาดใช้ต่อวันคูณจำนวนวัน ไม่ได้นับเป็นจำนวนกล่องหรือจำนวนแผง
- เพดานคร่าว ๆ คือ ยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์และยาอันตราย ไม่เกิน 1 เดือน / ยาทั่วไปและ quasi-drug ไม่เกิน 2 เดือน / ยาใช้ภายนอก ไม่เกิน 24 ชิ้นต่อรายการ
- เกินเพดาน ต้องยื่นขอ Import Confirmation (輸入確認証) ล่วงหน้าทางออนไลน์ ไม่ใช่ไปยื่นที่สนามบิน
- ยาเสพติดทางการแพทย์อย่างมอร์ฟีนหรือเฟนทานิล และยาที่จัดเป็นวัตถุตั้งต้น ใช้ คนละขั้นตอน คือขออนุญาตจากผู้อำนวยการสำนักงานสาธารณสุขภูมิภาค (地方厚生局長) ผ่านกองปราบปรามยาเสพติด
- แอมเฟตามีนและเมทแอมเฟตามีน นำเข้าญี่ปุ่นไม่ได้ในทุกกรณี ต่อให้มีใบสั่งแพทย์จากไทยก็ไม่มีช่องทางขออนุญาต
ตารางตัดสินใจ
| ประเภทของยา | ปริมาณที่พกได้โดยไม่ต้องยื่นเรื่องล่วงหน้า | ต้องเตรียมอะไร / ถามใคร |
|---|---|---|
| ยาสามัญที่ซื้อได้เอง และ quasi-drug (医薬部外品) | ไม่เกิน 2 เดือน ตามวิธีใช้และขนาดใช้ต่อวัน | ไม่ต้องยื่นเรื่อง เก็บกล่องเดิมที่มีฉลากตัวยาไว้ให้ตรวจได้ |
| ยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ยาอันตราย ยาอันตรายร้ายแรง (処方箋薬・劇薬・毒薬) | ไม่เกิน 1 เดือน ตามวิธีใช้และขนาดใช้ต่อวัน | ในช่วงที่ไม่ต้องขอ Import Confirmation ไม่มีเอกสารบังคับตามกฎหมาย แต่แนะนำให้พกกล่องเดิม สำเนาใบสั่งยา หรือใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษไว้อธิบายชื่อตัวยาและขนาดใช้ต่อวัน ถ้าเกิน 1 เดือน ต้องขอ Import Confirmation |
| ยาใช้ภายนอก เช่น ครีม ขี้ผึ้ง ยาหยอด (ที่ไม่ใช่ยาอันตรายหรือยาที่ต้องมีใบสั่ง) | 24 ชิ้นขนาดมาตรฐานต่อ 1 รายการ | ยาอมใต้ลิ้น ยาอม และยาเหน็บ ไม่ถูกนับในกลุ่มนี้ ให้ใช้เกณฑ์ 1–2 เดือนแทน |
| ยาฉีดที่ผู้ป่วยฉีดเอง เช่น อินซูลิน พร้อมเข็มที่มากับชุดยา | ไม่เกิน 1 เดือน | แนะนำให้พกใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษไว้อธิบาย ส่วนเข็มหรือไซริงค์ที่พกแยกโดยไม่มียา ต้องขอ Import Confirmation แม้ชิ้นเดียว |
| วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (向精神薬) เช่น ยานอนหลับและยาคลายกังวลบางกลุ่ม | เฉพาะยาชนิดที่ไม่ใช่ยาฉีด และปริมาณน้อยกว่า 1 เดือน ตามวิธีใช้ | ตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป หรือเป็นยาฉีด ต้องขอ Import Confirmation ล่วงหน้า และแยกอีกเงื่อนไขหนึ่ง คือถ้าเป็นยาฉีด หรือเกินตารางปริมาณรวมรายตัวยาตามกฎหมายควบคุมยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ ต้องพกสำเนาใบสั่งยาหรือใบรับรองแพทย์ติดตัวด้วย |
| ยาเสพติดทางการแพทย์ (麻薬) เช่น มอร์ฟีน เฟนทานิล และยาที่เป็นวัตถุตั้งต้น (医薬品覚醒剤原料) | ไม่มีเพดาน “พกได้เลย” ต้องขออนุญาตทุกครั้ง | ขออนุญาตจาก 地方厚生局長 ผ่าน 麻薬取締部 ยื่นล่วงหน้าราว 2 สัปดาห์ |
| แอมเฟตามีน เมทแอมเฟตามีน เฮโรอีน ผงฝิ่นและทิงเจอร์ฝิ่น | นำเข้าไม่ได้ | ไม่มีช่องทางขออนุญาต แม้เป็นการรักษาโรค |
ตารางนี้เป็นเกณฑ์ปริมาณตามหมวดของยา ไม่ใช่คำรับรองว่าสินค้าชิ้นใดผ่านหรือไม่ผ่าน ยาชื่อการค้าเดียวกันแต่คนละสูตรอาจตกคนละหมวด ต้องดูตัวยาสำคัญและปริมาณต่อหน่วยเป็นหลัก
แหล่งอ้างอิงเกณฑ์ปริมาณ: 厚生労働省 医薬品等の個人輸入について และ Japan Customs
เช็กยาของคุณจาก 5 ข้อมูลนี้ก่อน
คนไทยส่วนใหญ่ค้นหาด้วยชื่อการค้า แต่ญี่ปุ่นตัดสินจากตัวยา ไม่ใช่ชื่อบนกล่อง ก่อนแพ็กกระเป๋า ให้หยิบกล่องยาขึ้นมาแล้วจดห้าอย่างนี้
- ชื่อสามัญของตัวยาสำคัญ — ข้างกล่องมักเขียนว่า “ตัวยาสำคัญ” หรือ Active ingredient เช่น paracetamol, pseudoephedrine, diazepam
- ปริมาณตัวยาต่อหน่วย — กี่มิลลิกรัมต่อเม็ด ต่อแคปซูล หรือกี่เปอร์เซ็นต์ในครีม
- รูปแบบยา — เม็ด แคปซูล ผง ครีม ยาหยอด แผ่นแปะ หรือยาฉีด รูปแบบต่างกันคนละเกณฑ์ปริมาณ
- ขนาดใช้ต่อวัน — เช้า 1 เม็ด เย็น 1 เม็ด คือวันละ 2 เม็ด
- จำนวนวันที่จะอยู่ญี่ปุ่น — เอาข้อ 4 คูณข้อ 5 จะได้จำนวนที่ต้องพกจริง
ห้าข้อนี้คือสิ่งที่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่คุณจะโทรไปถามต้องการ ถ้าถามด้วยชื่อการค้าอย่างเดียว เขาตอบไม่ได้ เพราะชื่อการค้าเดียวกันในไทยกับในญี่ปุ่นอาจมีตัวยาคนละตัว และแบรนด์เดียวกันในไทยเองก็มักมีหลายสูตรย่อย
ตัวอย่างจากยาแก้หวัดที่คนไทยถามบ่อย — Tiffy, Decolgen, Actifed และยาสูตรผสมอื่น ๆ มีหลายสูตรในตลาดไทย บางสูตรมีแค่ยาลดไข้กับยาแก้แพ้ บางสูตรใส่ยาลดน้ำมูกกลุ่ม pseudoephedrine หรือ ephedrine ซึ่งเป็นกลุ่มที่ญี่ปุ่นดูเป็นพิเศษ ดังนั้นคำตอบไม่ได้อยู่ที่ชื่อแบรนด์ แต่อยู่ที่บรรทัดตัวยาสำคัญบนกล่องของคุณ
พกยาได้กี่วัน แยกตามประเภทของยา
เพดานปริมาณของญี่ปุ่นคิดจาก วิธีใช้และขนาดใช้ต่อวัน ไม่ใช่จำนวนกล่อง จุดนี้ทำให้หลายคนเข้าใจผิด
ยาชนิดเดียวกัน คนที่กินวันละ 1 เม็ดกับคนที่กินวันละ 4 เม็ด พกได้จำนวนเม็ดไม่เท่ากัน เพราะ 1 เดือนของสองคนนี้ไม่เท่ากัน ในทางกลับกัน ยาแก้ปวดกล่องเล็กหลายกล่องอาจรวมกันแล้วยังไม่ถึงเพดาน ขณะที่ยาขวดใหญ่ขวดเดียวอาจเกิน
วิธีคำนวณ
ขนาดใช้ต่อวัน × จำนวนวันที่พก = ปริมาณรวม
ปริมาณรวม ≤ เพดานของหมวดนั้น → พกได้ตามปกติ
ปริมาณรวม > เพดานของหมวดนั้น → ต้องขอ Import Confirmation ล่วงหน้า
ตัวอย่าง ยาความดันที่กินวันละ 1 เม็ด เป็นยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ เพดานคือ 1 เดือน จึงพกได้ราว 30 เม็ดโดยไม่ต้องยื่นเรื่อง ถ้าจะพก 90 เม็ดสำหรับไปอยู่ยาว ต้องยื่นขอ Import Confirmation ก่อนบิน
สำหรับยาใช้ภายนอก เกณฑ์ต่างออกไป คือ นับเป็นชิ้นขนาดมาตรฐาน ไม่เกิน 24 ชิ้นต่อ 1 รายการ โดยนับแยกรายการ ครีม A 24 หลอด กับ ครีม B 24 หลอด คือคนละรายการ แต่ยาอมใต้ลิ้น ยาอม และยาเหน็บ ไม่ถูกนับรวมในกลุ่มยาใช้ภายนอกนี้ และยาใช้ภายนอกที่จัดเป็นยาอันตรายหรือยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ก็ไม่เข้าเกณฑ์ 24 ชิ้นเช่นกัน
เมื่อไรต้องขอ Import Confirmation
Import Confirmation (輸入確認証 หรือที่เคยเรียกว่า 薬監証明) คือหนังสือยืนยันจากทางการญี่ปุ่นว่าการนำยาเข้าครั้งนี้เป็นการใช้ส่วนตัว ไม่ใช่การนำเข้าเชิงพาณิชย์
กรณีที่ต้องขอ
- ปริมาณยาเกินเพดานของหมวดนั้น เช่น ยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์เกิน 1 เดือน
- วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทที่เป็นยาฉีด หรือชนิดที่ไม่ใช่ยาฉีดแต่คิดตามวิธีใช้แล้วได้ตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป (ที่ไม่ต้องขอคือชนิดไม่ใช่ยาฉีดและน้อยกว่า 1 เดือนเท่านั้น)
- เข็มฉีดยาหรือไซริงค์ที่พกแยกโดยไม่มียามาด้วย ซึ่งถูกจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ แม้พกชิ้นเดียวก็ต้องขอ
- กรณีที่ยาจะถูกส่งตามมาทีหลัง ไม่ได้ติดตัวมาเอง
วิธีขอ
ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 (令和7年) การยื่นสำหรับการนำเข้าเพื่อใช้ส่วนตัวใช้ระบบออนไลน์เป็นหลัก ผ่าน ระบบ 医薬品等輸入確認情報システム โดยดูคู่มือและช่องทางติดต่อได้จาก หน้าทางการของกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น
ยื่นล่วงหน้าก่อนเดินทาง ไม่ใช่สิ่งที่ทำที่เคาน์เตอร์ศุลกากรตอนถึงสนามบิน วางแผนเผื่อเวลาไว้ และถ้าไม่แน่ใจว่าเคสของตัวเองต้องยื่นหรือไม่ โทรถามสำนักงานสาธารณสุขภูมิภาคก่อนได้
ใบรับรองแพทย์ ใบสั่งยา และ Import Confirmation ต่างกันอย่างไร
สามอย่างนี้ถูกพูดรวมกันบ่อยจนสับสน ทั้งที่ออกโดยคนละฝ่ายและใช้คนละหน้าที่
| เอกสาร | ใครออกให้ | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| ใบสั่งยา (Prescription) | แพทย์ผู้รักษาในไทย | แสดงว่ายานี้สั่งจ่ายให้คุณจริง ระบุชื่อผู้ป่วย ชื่อยา และชื่อแพทย์ |
| ใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษ (Medical certificate) | แพทย์ผู้รักษาในไทย | อธิบายโรค เหตุผลที่ต้องใช้ยา ชื่อยา ความแรง และขนาดใช้ต่อวัน ใช้ประกอบเมื่อถูกถามหรือใช้แนบคำขออนุญาต |
| Import Confirmation (輸入確認証) | สำนักงานสาธารณสุขภูมิภาคของญี่ปุ่น | อนุญาตให้นำยาปริมาณเกินเกณฑ์เข้าญี่ปุ่นได้ เป็นเอกสารฝั่งญี่ปุ่น ต้องยื่นขอเอง |
| ใบอนุญาตนำยาเสพติดติดตัว (麻薬・覚醒剤原料 携帯輸入許可) | ผู้อำนวยการสำนักงานสาธารณสุขภูมิภาค ผ่านกองปราบปรามยาเสพติด | ใช้เฉพาะยาเสพติดทางการแพทย์และวัตถุตั้งต้น เป็นคนละใบกับ Import Confirmation |
จุดที่ต้องจำ คือ ใบรับรองแพทย์ไม่ได้แทน Import Confirmation ถ้าปริมาณเกินเกณฑ์ ต่อให้ใบรับรองแพทย์ละเอียดแค่ไหนก็ไม่ทำให้ปริมาณนั้นผ่านเกณฑ์ได้ และในทางกลับกัน ยาปริมาณที่อยู่ในเกณฑ์ปกติไม่ได้มีเอกสารแพทย์เป็นข้อบังคับตามกฎหมาย แต่แนะนำให้พกไว้พร้อมกล่องเดิม เพราะช่วยพิสูจน์ชื่อตัวยาและขนาดใช้ต่อวันได้เร็วขึ้นถ้าถูกสุ่มตรวจ ส่วนกรณีปริมาณเกินเกณฑ์และกรณียาควบคุม เอกสารแพทย์เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนขออนุญาตอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
ยาควบคุม ยาเสพติดให้โทษ และยาฉีด ต้องเช็กเพิ่มอย่างไร
ยาเสพติดทางการแพทย์และวัตถุตั้งต้น (麻薬・医薬品覚醒剤原料)
กลุ่มนี้ไม่ได้ใช้เกณฑ์ปริมาณแบบยาทั่วไป หลักคือ ผู้ที่แพทย์สั่งจ่ายต้องพกติดตัวมาเอง และต้องได้รับอนุญาตจาก 地方厚生局長 ล่วงหน้า
เอกสารที่ต้องยื่นตาม แนวทางของกองปราบปรามยาเสพติด ประกอบด้วยคำขออนุญาตนำเข้าหรือนำออกติดตัว ใบรับรองแพทย์ภาษาญี่ปุ่นหรืออังกฤษที่ระบุชื่อผู้ป่วย เหตุผล ชื่อยา ความแรง และขนาดใช้ต่อวัน เอกสารยืนยันตัวยา เช่น สำเนาสมุดยา และซองตอบกลับ โดยแนะนำให้ยื่นก่อนวันเดินทางประมาณ 2 สัปดาห์ ถ้าเป็นเคสฉุกเฉินให้ติดต่อสำนักงานที่รับผิดชอบก่อน
ถ้ามีทั้งขาเข้าและขาออก ต้องยื่นคนละแบบฟอร์ม และสำนักงานที่รับผิดชอบขึ้นกับพื้นที่ที่คุณจะเข้าประเทศ
วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (向精神薬)
กลุ่มนี้มี สองระบบที่ใช้คู่กัน ไม่ใช่กฎเดียวกัน และต้องผ่านทั้งสองข้อ
ระบบที่ 1 กฎหมายควบคุมยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ (麻薬及び向精神薬取締法) — ถ้ายาของคุณเป็นยาฉีด หรือมีปริมาณเกินตารางปริมาณรวมที่ประกาศไว้เป็นรายตัวยา ต้องพกสำเนาใบสั่งยา ใบรับรองแพทย์ หรือเอกสารทำนองเดียวกันติดตัวไปด้วย ตารางนี้ระบุเป็น น้ำหนักตัวยาสำคัญ ไม่ใช่จำนวนเม็ด และเรียงตามชื่อสามัญ จึงควรให้แพทย์หรือเภสัชกรช่วยดูว่ายาของคุณอยู่ในรายการหรือไม่
ระบบที่ 2 การนำเข้าตอนเข้าประเทศ — ถ้าเป็นยาฉีด หรือแม้ไม่ใช่ยาฉีดแต่คิดตามวิธีใช้แล้วได้ตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป ต้องขอ Import Confirmation ล่วงหน้า พูดง่าย ๆ คือมีเฉพาะยาชนิดที่ไม่ใช่ยาฉีดและน้อยกว่า 1 เดือนเท่านั้นที่ไม่ต้องขอ
ยาฉีดในกลุ่มนี้จึงเข้าเงื่อนไขทั้งสองระบบพร้อมกัน คือทั้งต้องพกเอกสารแพทย์และต้องขอ Import Confirmation (ที่มา)
ยาฉีดและอุปกรณ์
ยาฉีดที่ผู้ป่วยฉีดเองอย่างอินซูลิน พร้อมเข็มที่มากับชุดยา ในปริมาณไม่เกิน 1 เดือน โดยทั่วไปไม่ต้องขอ Import Confirmation แต่เข็มหรือไซริงค์ที่พกแยกโดยไม่มียามาด้วย ถูกจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ และต้องขอ Import Confirmation แม้พกเพียงชิ้นเดียว (ดู เอกสารถาม-ตอบภาษาอังกฤษของกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น)
ตัวยาที่ห้ามเด็ดขาด
แอมเฟตามีน เมทแอมเฟตามีน เฮโรอีน (ไดอะเซทิลมอร์ฟีน) รวมถึงผงฝิ่นและทิงเจอร์ฝิ่น ไม่สามารถนำเข้าหรือนำออกจากญี่ปุ่นได้ แม้จะเป็นการรักษาโรคและมีใบสั่งแพทย์ ไม่มีขั้นตอนขออนุญาตให้ยาเหล่านี้ ถ้ายาประจำตัวของคุณอยู่ในกลุ่มนี้ ต้องปรึกษาแพทย์เรื่องแผนการรักษาระหว่างอยู่ญี่ปุ่นตั้งแต่ก่อนวางแผนเดินทาง
ตัวอย่างคำถามจากคนไทย: ยาแก้หวัด ยาประจำตัว และยาที่ต้องแช่เย็น
“พกยาแก้หวัดไทยไปได้ไหม”
ตอบจากตัวยา ไม่ใช่จากแบรนด์ ถ้าเป็นยาสามัญที่ซื้อได้เองและปริมาณไม่เกิน 2 เดือนตามขนาดใช้ต่อวัน โดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ แต่ถ้าในสูตรมี pseudoephedrine, ephedrine หรือกลุ่ม codeine ให้ตรวจสอบเป็นรายกรณีก่อน เพราะบางความเข้มข้นอาจถูกจัดอยู่ในหมวดที่มีเงื่อนไขต่างออกไป
“พกยาประจำตัว 1 ปีได้ไหม”
เกินเกณฑ์แน่นอน ยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์เพดานอยู่ที่ 1 เดือน ถ้าจะพก 1 ปีต้องยื่นขอ Import Confirmation ล่วงหน้า พร้อมใบรับรองแพทย์และใบสั่งยาที่อธิบายว่าทำไมต้องใช้ปริมาณเท่านั้น
“ให้ที่บ้านส่งยาตามมาทีหลังได้ไหม”
การส่งพัสดุไม่ใช่การพกติดตัว จึงไม่ได้ใช้สิทธิเดียวกัน ต้องขอ Import Confirmation และสำหรับยาเสพติดทางการแพทย์ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และวัตถุตั้งต้น การส่งทางไปรษณีย์ไม่ได้รับอนุญาต ถ้าคุณใช้ยากลุ่มนี้ ให้วางแผนพกติดตัวมาเองพร้อมใบอนุญาตตั้งแต่แรก
“ยาที่ต้องแช่เย็น เอาขึ้นเครื่องได้ไหม ใบรับรองแพทย์พอไหม”
แยกเป็นสองเรื่องที่ไม่เกี่ยวกัน เรื่องแรกคือกฎการนำของเหลวและอุปกรณ์ทำความเย็นขึ้นห้องโดยสาร ซึ่งเป็นกฎความปลอดภัยการบิน ต้องถามสายการบินและหน่วยงานสนามบิน เรื่องที่สองคือกฎการนำยาเข้าประเทศ ซึ่งดูจากหมวดยาและปริมาณตามที่อธิบายด้านบน ใบรับรองแพทย์ช่วยเรื่องที่หนึ่งและช่วยอธิบายตอนตรวจ แต่ไม่ได้แทนการขอ Import Confirmation ถ้าปริมาณเกินเกณฑ์
“ถ้ายังไม่แกะกล่อง หรือใส่กระเป๋าโหลด จะปลอดภัยกว่าไหม”
สภาพบรรจุภัณฑ์และการเลือกกระเป๋าถือหรือกระเป๋าโหลด ไม่ได้เปลี่ยนสถานะทางกฎหมายของยา ยาที่เกินเกณฑ์ก็ยังเกินเกณฑ์ ยาที่ห้ามนำเข้าก็ยังห้าม สิ่งที่การเก็บกล่องเดิมช่วยได้จริงคือ ทำให้พิสูจน์ตัวยาและขนาดใช้ต่อวันได้เร็วขึ้นเมื่อถูกถาม
ไม่แน่ใจ ต้องถามหน่วยงานไหนก่อนบิน
เลือกตามชนิดคำถาม จะได้คำตอบเร็วกว่าถามผิดที่
- ยาของฉันเข้าเกณฑ์ปริมาณไหม / ต้องขอ Import Confirmation หรือไม่ → สำนักงานสาธารณสุขภูมิภาคที่ดูแลจุดที่คุณจะเข้าประเทศ เช่น 関東信越厚生局 โทร 048-740-0800 หรือ 近畿厚生局 โทร 06-6942-4096 (วันทำการ) รายละเอียดและช่องทางอื่นดูที่ หน้าระบบ Import Confirmation
- ยาของฉันเป็นยาเสพติดทางการแพทย์หรือวัตถุตั้งต้นหรือไม่ / ขออนุญาตอย่างไร → กองปราบปรามยาเสพติด (麻薬取締部) ตามพื้นที่ ดูขั้นตอนที่ หน้าทางการ
- ยาตัวนี้จัดอยู่ในหมวดไหน ตัวยาสำคัญคืออะไร → แพทย์หรือเภสัชกรที่จ่ายยาให้คุณในไทย ขอชื่อสามัญและความแรงเป็นภาษาอังกฤษไว้เลย
- ของเหลว เจลเย็น หรือเข็มขึ้นเครื่องได้ไหม → สายการบินที่คุณบิน และหน่วยงานความปลอดภัยของสนามบินต้นทาง
- ตอนผ่านด่านต้องสำแดงอย่างไร → Japan Customs
เวลาโทรหรือส่งอีเมล ให้เตรียมข้อมูล 5 อย่างจากหัวข้อด้านบนไปด้วย จะได้ไม่ต้องติดต่อกลับหลายรอบ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องสำแดงยาที่ด่านศุลกากรทุกครั้งไหม
ผู้เดินทางทุกคนต้องยื่นใบสำแดงของติดตัวตามปกติอยู่แล้ว และยาประจำตัวก็นับอยู่ในของติดตัวนั้น สิ่งที่ต่างกันคือ ถ้าปริมาณอยู่ในเกณฑ์ โดยหลักแล้วไม่ต้องมี Import Confirmation เพิ่ม ถ้าเจ้าหน้าที่ถาม ให้แสดงตัวยาพร้อมเอกสารอธิบาย และการสำแดงไม่ได้ทำให้ยาที่ห้ามนำเข้ากลายเป็นนำเข้าได้
พกยาไปเผื่อเพื่อนหรือคนในครอบครัวได้ไหม
ไม่ได้ กฎการนำเข้าเพื่อใช้ส่วนตัวกำหนดว่าผู้นำเข้าต้องใช้ยานั้นเอง จะขาย ยกให้ หรือรวมของหลายคนมาในกระเป๋าเดียวไม่ได้ (ที่มา)
ใบรับรองแพทย์ต้องเป็นภาษาญี่ปุ่นไหม
สำหรับการขออนุญาตนำยาเสพติดทางการแพทย์ติดตัว รับทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ส่วนกรณีทั่วไป ใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษที่ระบุชื่อผู้ป่วย ชื่อสามัญของยา ความแรง และขนาดใช้ต่อวัน ใช้อธิบายได้
เครื่องสำอางและอาหารเสริมนับรวมกับยาไหม
คนละหมวด เครื่องสำอางใช้เกณฑ์ 24 ชิ้นขนาดมาตรฐานต่อรายการ ส่วนอาหารเสริมขึ้นกับส่วนประกอบ บางตัวถูกจัดเป็นยาในญี่ปุ่นแม้ในไทยขายเป็นอาหารเสริม ถ้ามีส่วนผสมที่น่าสงสัย ให้ถามล่วงหน้า
ขอ Import Confirmation ต้องใช้เวลานานไหม
หน้าทางการไม่ได้ประกาศจำนวนวันที่แน่นอน จึงควรยื่นให้เร็วที่สุดเมื่อรู้กำหนดเดินทาง ส่วนการขออนุญาตยาเสพติดทางการแพทย์ มีคำแนะนำชัดว่าให้ยื่นก่อนวันเดินทางราว 2 สัปดาห์
ถ้ายาของฉันมีตัวยาที่ญี่ปุ่นห้าม ควรทำอย่างไร
คุยกับแพทย์ผู้รักษาก่อนจองตั๋ว เพื่อดูว่ามีทางเลือกอื่นระหว่างที่อยู่ญี่ปุ่นหรือไม่ และอย่าพยายามนำเข้าไปโดยหวังว่าจะไม่ถูกตรวจ เพราะอาจถูกยึดของ ถูกสอบสวน และอาจถึงขั้นถูกดำเนินคดีอาญาได้
อ่านต่อ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับใช้วางแผนก่อนเดินทาง ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์และไม่ใช่คำรับรองทางกฎหมายว่ายาชิ้นใดนำเข้าได้หรือไม่ได้ กฎและรายชื่อตัวยาปรับปรุงได้ตลอด กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานทางการของญี่ปุ่นก่อนเดินทางทุกครั้ง ข้อมูลในหน้านี้ตรวจสอบกับแหล่งทางการเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569